ผู้ใดได้ข้า ผู้นั้นได้แผ่นดิน
ในคืนแต่งงาน เจ้าบ่าวถือมีดบุกห้องหอ แต่เจียงเจา หมอดูมือหนึ่งกลับมั่นใจว่าเขาจะไม่ฆ่าเธอ เพราะคำทำนายที่ว่า "ผู้ใดได้เธอ ผู้นั้นได้แผ่นดิน" ทำให้เธอต้องเลือกแต่งกับผู้สำเร็จราชการที่ถูกเรียกว่ายมทูตมีชีวิต ท่ามกลางแผนร้าย วังหลวง และเกมอำนาจ ทั้งคู่ค่อย ๆ จับมือฝ่าความตายจนกลายเป็นความรัก
แนะนำสำหรับคุณ







เสื้อผ้าไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่คืออาวุธ
ชุดสีดำของหญิงสาวไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่คือเกราะที่ปกป้องความเจ็บปวด ขณะที่ชุดทองของจักรพรรดินีกลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอไว้กับบทบาท ทุกลายปักในผู้ใดได้ข้า ผู้นั้นได้แผ่นดิน บอกเล่าเรื่องราวที่ไม่ต้องพูด一字 💫
ป่าคืนนั้น...เมื่อความลับถูกเปิดเผย
แสงจันทร์ส่องผ่านต้นไม้ลงบนใบหน้าของเธอที่ยิ้มบางๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อเจอเขาในชุดเทา-ดำ ท่าทางของทั้งคู่บ่งบอกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่ศัตรูหรือมิตร แต่คือเงาที่แยกจากกันไม่ได้ในผู้ใดได้ข้า ผู้นั้นได้แผ่นดิน 🌲
การคุกเข่าไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือกลยุทธ์
เมื่อหญิงในชุดดำคุกเข่า ไม่ใช่เพราะแพ้ แต่เพราะกำลังวางแผนครั้งใหญ่ สายตาของเธอเฉียบคมกว่าดาบใดๆ ในห้องที่เต็มไปด้วยเทียนและเงา ทุกการเคลื่อนไหวในผู้ใดได้ข้า ผู้นั้นได้แผ่นดิน เป็นการเต้นรำของอำนาจที่ไม่มีใครมองเห็น 🕊️
เครื่องประดับที่พูดแทนปาก
มงกุฎทองของจักรพรรดินีสั่นเมื่อเธอหายใจแรง ขณะที่ต่างหูหยกของหญิงในชุดดำสะท้อนแสงแบบไม่ยอมแพ้ แม้ไม่พูดอะไรเลย แต่ทุกชิ้นงานในผู้ใดได้ข้า ผู้นั้นได้แผ่นดิน บอกเราได้ว่าใครคือผู้ควบคุมเกมจริงๆ ✨
การชี้นิ้วของจักรพรรดินีคือจุดเริ่มต้นแห่งความพินาศ
จักรพรรดินีในชุดทองประดับไข่มุกชี้นิ้วใส่ผู้ชายอย่างดุดัน แต่สายตาของเธอแฝงความหวาดกลัวไว้ลึกๆ ขณะที่คนในชุดดำคุกเข่าด้วยท่าทางคลุมเครือ ฉากนี้เต็มไปด้วยพลังซ่อนเร้นของอำนาจและคำสาปที่กำลังจะระเบิดในผู้ใดได้ข้า ผู้นั้นได้แผ่นดิน 🌹