ชอบฉากที่ตัดกลับมาห้องทำงานมาก ทุกคนนั่งล้อมวงกันด้วยสีหน้าจริงจัง คุณหมอซูที่เปลี่ยนชุดแล้วดูสง่ามากตอนที่ถือสร้อยขึ้นมาคุย การที่ผู้ชายในชุดดำรีบคว้าสร้อยไปตรวจสอบบ่งบอกว่ามันต้องมีเบาะแสสำคัญบางอย่าง ฉากนี้ดูเป็นปริศนาชวนติดตามมาก อยากรู้ว่าสรุปแล้วสร้อยเส้นนี้จะนำไปสู่ความจริงข้อไหนใน รักที่วินิจฉัยผิด บ้าง
การแสดงของนักแสดงนำทุกคนดีมาก โดยเฉพาะตอนที่คุณนายใหญ่ชี้หน้าด่า ลูกสะใภ้ได้แต่ก้มหน้าจับแขนสามีแน่นๆ สายตาที่สื่อออกมาบอกเลยว่ากลัวและกังวล ส่วนคุณหมอซูในตอนท้ายที่มองสร้อยด้วยสายตาแหลมคม เหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่างออกแล้ว มุมกล้องที่จับสีหน้าแต่ละคนทำให้เรารู้สึกอินไปกับสถานการณ์มาก ดู รักที่วินิจฉัยผิด แล้วต้องคอยจับตาดูปฏิกิริยาพวกนี้
รู้สึกว่าฉากในห้องทำงานนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญเลยนะ จากที่ก่อนหน้านี้เป็นดราม่าทะเลาะเบาะแว้งในบ้าน พอมาที่นี่ทุกอย่างดูเป็นทางการและจริงจังขึ้น คุณหมอซูดูเป็นผู้นำที่ควบคุมสถานการณ์ได้ดีมาก การที่ทุกคนมาฟังคำตัดสินหรือความจริงจากปากเธอทำให้คนดูตื่นเต้นตามไปด้วย อยากรู้ตอนจบมากๆ ว่าใครจะเป็นคนผิดใครจะเป็นคนถูกใน รักที่วินิจฉัยผิด เรื่องนี้
ต้องยกนิ้วให้บทคุณนายใหญ่ที่เดินเข้ามาแล้วออร่าแรงมาก แค่รอยยิ้มตอนแรกก็รู้สึกแล้วว่ามาดีมีเรื่องแน่ พอเห็นสร้อยคอเท่านั้นแหละ เปลี่ยนสีหน้าทันที ลูกชายกับลูกสะใภ้ทำอะไรไม่ถูกเลย ยืนตัวแข็งทื่อ ความตึงเครียดในฉากนี้ทำออกมาได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครจริงๆ เป็นตอนที่เข้มข้นมากของ รักที่วินิจฉัยผิด ที่ทำให้เห็นอำนาจในครอบครัว
ฉากเปิดเรื่องในคลินิกช่างกดดันเหลือเกิน คุณหมอซูดูเคร่งขรึมมากตอนที่ถอดสร้อยออกมา แต่พอตัดภาพไปบ้านหรู บรรยากาศเปลี่ยนเป็นดราม่าครอบครัวทันที คุณนายใหญ่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาลูกสะใภ้หน้าซีดเผือดเลย การวางพล็อตเรื่อง รักที่วินิจฉัยผิด ในตอนต้นแบบนี้ทำให้คนดูอยากรู้ทันทีว่าสร้อยเส้นนี้มีความสำคัญยังไงกับความสัมพันธ์ของทุกคน