ชอบโมเมนต์ที่พระเอกยื่นมือไปขอจับมือ แต่ฝ่ายหญิงกลับนิ่งเงียบ แววตาของเธอเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นประหลาดใจเล็กน้อย การแสดงออกทางสีหน้าของทั้งคู่ละเอียดมาก ไม่ต้องใช้บทพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจน ฉากนี้ใน รักไม่จน ใจไม่กลัว ทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันซับซ้อนกว่าแค่การกินข้าวเย็นธรรมดา
การที่บริกรเสิร์ฟไวน์และชุดซิการ์มาให้ ไม่ใช่แค่การบริการทั่วไป แต่มันเหมือนการทดสอบรสนิยมหรือสถานะทางสังคม พระเอกหยิบซิการ์ขึ้นมาดมอย่างคุ้นเคย ส่วนนางเอกจิบไวน์อย่างสง่างาม ทุกการเคลื่อนไหวดูคำนวณมาแล้วอย่างดี ฉากนี้ใน รักไม่จน ใจไม่กลัว สะท้อนให้เห็นว่าทั้งคู่กำลังวัดกึ๋นกันผ่านมารยาทบนโต๊ะอาหาร
ทั้งเรื่องแทบไม่มีเสียงพูดคุยกันมากนัก แต่ความเงียบกลับสร้างแรงกดดันมหาศาล เสียงแก้วไวน์กระทบกัน เสียงจุดไฟแช็ก กลายเป็นเสียงหลักที่ขับเคลื่อนอารมณ์ คนดูจะรู้สึกอึดอัดตามตัวละครไปด้วย เหมือนกำลังนั่งอยู่ในโต๊ะอาหารนั้นจริงๆ เป็นงานสร้างบรรยากาศที่เก่งมากใน รักไม่จน ใจไม่กลัว ที่ทำให้เราลุ้นว่าใครจะทนความเงียบไม่ทนก่อนกัน
ตอนจบที่พระเอกยืนขึ้นแล้วยื่นมือมา เป็นช็อตที่หักมุมเล็กๆ จากที่ดูจะเย็นชาตลอดมื้ออาหาร จู่ๆ ก็แสดงความต้องการเชื่อมสัมพันธ์ แต่ปฏิกิริยาของนางเอกที่ยังคงนิ่ง ทำให้เราไม่รู้ว่าเธอจะตอบรับหรือไม่ ความคลุมเครือนี้แหละที่ทำให้เรื่อง รักไม่จน ใจไม่กลัว น่าติดตาม อยากดูต่อทันทีว่ามื้อหน้าจะเป็นยังไง
ฉากเปิดเรื่องในร้านไวน์ที่เต็มไปด้วยขวดเรียงราย สร้างความรู้สึกหรูหราแต่ก็อึดอัดในเวลาเดียวกัน การนั่งห่างกันของทั้งคู่เหมือนกำแพงที่มองไม่เห็น แม้จะมีแสงเทียนที่ดูโรแมนติก แต่สายตาที่จ้องมองกันกลับเต็มไปด้วยความระแวง เหมือนกำลังเล่นเกมจิตวิทยาที่ไม่มีวันจบใน รักไม่จน ใจไม่กลัว ที่ทำให้คนดูต้องเดาใจตัวละครตลอดเวลา