ชอบโมเมนต์ที่ตัวร้ายนั่งหัวเราะอยู่บนบัลลังก์แล้วเปลี่ยนเป็นหน้าตื่นกลัวทันทีเมื่อเห็นหินตกลงมา การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้รู้ว่าเขากำลังเสียการควบคุมสถานการณ์ ฉากฟ้าผ่าและลมพายุที่โหมกระหน่ำช่วยเพิ่มบรรยากาศความกดดันได้เป็นอย่างดี ดูในแพลตฟอร์มแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในสนามประลองนั้นจริงๆ เสียงเอฟเฟกต์ทำออกมาได้สมจริงมาก
ภาพของชายชุดขาวนั่งบนบัลลังก์กลางเมฆาพร้อมแสงรัศมีด้านหลังช่างดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม การที่เขาจ้องมองลงมาที่สนามประลองเหมือนกำลังตัดสินชะตาของทุกคน ทำให้รู้สึกว่ามีพลังบางอย่างที่สูงกว่ากำลังควบคุมทุกอย่างอยู่ ฉากนี้ใน อัญเชิญทวยเทพ กู้ชะตาแผ่นดิน ทำให้รู้ว่าเรื่องไม่ได้มีแค่การต่อสู้ธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับพลังระดับเทพเจ้าจริงๆ น่าติดตามมาก
ฉากที่เหล่าผู้อาวุโสและขุนนางชั้นสูงพากันล้มลงจากเก้าอี้เพราะแรงสั่นสะเทือนจากหินที่ตกลงมาช่างฮาและน่าตกใจในเวลาเดียวกัน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน การที่หญิงสาวชุดขาวต้องถูกพยุงตัวขึ้นแสดงถึงความโกลาหลที่เกิดขึ้น เรื่องราวเดินเร็วมากจนไม่ทันได้หายใจ ดูแล้วติดหนึบไม่อยากกดข้ามเลย
ตอนที่หินจารึกเริ่มเปล่งแสงสีทองและลอยขึ้นกลางอากาศพร้อมกับอักขระโบราณที่ปรากฏขึ้น ช่างเป็นภาพที่สวยงามและน่าเกรงขามมาก พระเอกที่ยังคงนั่งสมาธิอย่างสงบท่ามกลางความโกลาหลแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและพลังที่ควบคุมได้ การที่ทุกคนในสนามต่างพากันเงียบกริบแล้วจ้องมองด้วยความตะลึงทำให้รู้ว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง อัญเชิญทวยเทพ กู้ชะตาแผ่นดิน ทำฉากนี้ได้อลังการมาก
ฉากที่พระเอกนั่งสมาธิกลางสนามประลองแล้วเรียกหินจารึกจากฟากฟ้าลงมาช่างน่าทึ่งมาก แสงสีทองที่เปล่งออกมาจากดวงตาและร่างกายสื่อถึงพลังอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ การที่เหล่าผู้ชมจากหลายสำนักต่างพากันตกตะลึงจนยืนไม่ติดเก้าอี้แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้เกินความคาดหมายของทุกคนจริงๆ เรื่องราวใน อัญเชิญทวยเทพ กู้ชะตาแผ่นดิน ช่วงนี้เข้มข้นจนหายใจไม่ทัน อยากเห็นตอนต่อไปเร็วๆ ว่าเขาจะทำอะไรต่อ