ตอนที่นางเอกเดินเข้ามาหาพระเอกที่กำลังเมาแอ๋ เธอไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแต่กลับยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ช่างเป็นฉากที่ชวนสงสัยจริงๆ ว่าเธอวางแผนอะไรไว้กันแน่ การที่เธอเข้าไปกอดเขาทั้งที่เขากำลังสับสนยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีก ละครเรื่อง อย่ามาง้อ สายไปแล้ว เล่นกับจิตวิทยาตัวละครได้ลึกซึ้งมาก ดูแล้วต้องคอยจับผิดทุกการกระทำของนางเอกเลย
ฉากกอดกันระหว่างพระเอกกับนางเอกเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก พระเอกกอดเธอเหมือนคนกำลังจะจมน้ำหาที่พึ่ง ส่วนนางเอกก็กอดตอบด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกว่ารักหรือแค่ต้องการชัยชนะ แสงสลัวกับดนตรีประกอบยิ่งช่วยดึงอารมณ์ให้พีคขึ้นเรื่อยๆ ดู อย่ามาง้อ สายไปแล้ว แล้วจะรู้ว่าบางทีการกอดกันก็ไม่ได้แปลว่ารักเสมอไป แต่มันอาจเป็นการยึดเหนี่ยวชั่วคราวเท่านั้น
จากฉากที่พระเอกเมาจนแทบจำใครไม่ได้ พอเห็นหน้าเธอปุ๊บกลับมีแรงลุกขึ้นมากอดทันที แสดงให้เห็นว่าความรักของเขายังคงลึกซึ้งแค่ไหน แม้จะพยายามลืมแต่ใจมันยังเรียกร้องหาเธออยู่ดี ละครเรื่อง อย่ามาง้อ สายไปแล้ว จับจุดอ่อนของมนุษย์ได้ดีมากตรงที่คนเรามักจะแพ้ทางคนที่ตัวเองรักที่สุด ไม่ว่าเขาจะทำร้ายเราแค่ไหนก็ตาม
ต้องชื่นชมทีมกำกับที่ใช้แสงสีและมุมกล้องบอกเล่าอารมณ์ตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยม ฉากที่พระเอกนั่งพื้นล้อมรอบด้วยขวดเหล้าเปล่าสื่อถึงความพ่ายแพ้ในชีวิตได้ชัดเจนมาก พอตัดมาที่ฉากกอดกันใกล้ๆ ยิ่งเห็นรายละเอียดสีหน้าที่เจ็บปวดของพระเอกได้ชัดเจน เรื่อง อย่ามาง้อ สายไปแล้ว ไม่ใช่แค่ละครดราม่าทั่วไป แต่เป็นงานศิลปะที่สะท้อนความรู้สึกมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง
ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสลายทันทีเมื่อเห็นพระเอกนั่งกอดเข่าดื่มเหล้าอยู่คนเดียวในห้องมืดๆ แสงสีฟ้าเย็นยะเยือกยิ่งขับเน้นความโดดเดี่ยวของเขาได้สมบูรณ์แบบ การแสดงสีหน้าเจ็บปวดตอนร้องไห้เรียกชื่อเธอช่างสมจริงจนคนดูอย่างเราต้องกลั้นน้ำตาตาม เรื่องราวใน อย่ามาง้อ สายไปแล้ว ช่วงนี้บอกเลยว่าดราม่าหนักมาก ใครที่ใจอ่อนดูแล้วรับรองว่านอนไม่หลับแน่นอน