ต้องยกนิ้วให้เคมีระหว่างนางเอกกับพระเอกชุดดำจริงๆ แค่สบตากันก็รู้เรื่อง ไม่ต้องพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน ฉากที่พระเอกกระชากนางเอกออกมาจากวงล้อมศัตรู ช่างแมนและเท่สุดๆ เสื้อผ้าหน้าผมของทั้งคู่ก็เข้ากันดีอย่างบอกไม่ถูก การตัดสลับระหว่างฉากดราม่ากับฉากแอคชั่นใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ทำออกมาได้ลื่นไหลมาก ดูเพลินจนไม่อยากกดข้าม
ดูจบตอนแรกแล้วอยากดูต่อทันที! ปมเรื่องพ่อที่บังคับลูกสาวให้แต่งงานกับคนที่ไม่รัก มันคลาสสิกแต่ยังใช้ได้ผลเสมอ ความขัดแย้งในครอบครัวร่วมกับการเข้ามาของพระเอกปริศนา ทำให้เรื่องน่าติดตามมาก ฉากจบที่ทิ้งปมไว้ว่าพระเอกคือใครและมาช่วยทำไม มันช่างยั่วประสาทคนดูสุดๆ อยากให้รีบออกตอนใหม่เร็วๆ ใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ เรื่องนี้ต้องรอดูตอนต่อไปแน่นอน
ตอนแรกนึกว่าจะโดนรังแกคนเดียว ที่ไหนได้พระเอกชุดดำโผล่มาช่วยทันเวลาพอดีเป๊ะ! ฉากอุ้มหนีท่ามกลางความโกลาหลช่างโรแมนติกและตื่นเต้นไปพร้อมกัน สายตาที่พระเอกมองนางเอกตอนอุ้มมันมีความหมายซ่อนอยู่เยอะมาก เหมือนจะบอกว่า 'ฉันจะปกป้องเธอ' การปรากฏตัวของเขาคือจุดเปลี่ยนสำคัญใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ที่ทำให้คนดูใจพองโต อยากติดตามต่อว่าเขาเป็นใครกันแน่
ชอบฉากที่นางเอกสวนกลับพ่อแรงๆ มาก! ประโยคที่บอกว่าพ่อเป็นแค่ลงทัณฑ์ ไม่ใช่พ่อที่แท้จริง มันเจ็บปวดแต่จริงมาก การที่เธอกล้าหักหลังความคาดหวังของตระกูลเพื่อเดินตามทางของตัวเอง แสดงให้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่ชัดเจนมากใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ฉากนี้ทำให้เห็นเลยว่าผู้หญิงสมัยก่อนก็สู้ไม่ถอยเหมือนกัน ดูแล้วรู้สึกสะใจแทนนางเอกสุดๆ
ฉากเปิดเรื่องใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ทำเอาขนลุกซู่! ความกดดันจากพ่อที่มองลูกสาวเป็นแค่เครื่องมือต่อรองทางการเมือง ช่างสะท้อนความโหดร้ายของวังหลังได้ดีมาก สีหน้าของนางเอกที่เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความเย็นชาตอนตอบโต้ บอกเลยว่านักแสดงเล่นได้อินมาก คนดูอย่างเราจิกหมอนรอตอนแก้มือแทบไม่ไหว บรรยากาศมืดสลัวช่วยเสริมอารมณ์ดราม่าได้สุดๆ