ฉากที่ผู้หญิงในชุดชมพูและชุดเหลืองถูกบังคับให้คุกเข่าทำให้ใจหาย แต่สีหน้าของพวกเธอกลับไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะสาวชุดเหลืองที่ยืนตรงมองศัตรูด้วยสายตาเย็นชา เรื่อง (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ แสดงให้เห็นว่าแม้ตกเป็นเหยื่อแต่ก็สามารถกลายเป็นผู้ล่าได้ ฉากนี้ทำให้เห็นความแข็งแกร่งของผู้หญิงในยุคโบราณที่ต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรี
ฉากสุดท้ายที่ทำให้ใจเต้นแรงเมื่อท่านชายในชุดน้ำเงินถูกเข็นรถเข็นเข้ามาในห้องโถง ทั้งที่ดูเหมือนอ่อนแอแต่สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น การปรากฏตัวของเขาทำให้ทุกคนต้องก้มหน้า เรื่อง (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ สร้างตัวละครที่น่าสนใจมาก แม้ร่างกายไม่สมบูรณ์แต่จิตใจแข็งแกร่ง ฉากนี้ทำให้รู้ว่าอำนาจไม่ได้อยู่ที่ร่างกายแต่อยู่ที่จิตใจ
ดูแล้วเครียดแทนตัวละครทุกฉากเต็มไปด้วยการวางแผนและการหักหลัง ท่านชายในชุดม่วงทองที่สั่งลงโทษผู้หญิงทำให้เห็นความโหดร้ายของระบบศักดินา แต่สาวชุดเหลืองกลับไม่ยอมก้มหัว เรื่อง (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ สะท้อนความจริงที่ว่าในวังหลวงไม่มีมิตรแท้ มีแต่ผลประโยชน์ ฉากทหารวิ่งเข้ามาทำให้รู้ว่าความวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้น
ชอบฉากที่ชายชุดดำเดินเข้ามาพร้อมดาบแล้วรายงานเรื่องแผนการร้าย บรรยากาศตึงเครียดจนหายใจไม่ทั่วท้อง ท่านชายที่นั่งบนบัลลังก์ดูสงบแต่สายตาแหลมคมมาก เหมือนรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เรื่อง (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ เล่นกับประเด็นอำนาจและการหักหลังได้ดีมาก ฉากในห้องโถงใหญ่ตกแต่งสวยงามแต่แฝงไปด้วยอันตราย
ฉากเปิดเรื่องทำให้ขนลุกซู่เมื่อท่านชายในชุดสีน้ำเงินเข้มอ่านจดหมายแล้วเปลี่ยนสีหน้าทันที ดูเหมือนมีแผนการใหญ่กำลังถูกเปิดเผย การแสดงสีหน้าของนักแสดงละเอียดมาก แค่ขยับคิ้วก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ น่าติดตามสุดๆ โดยเฉพาะตอนที่ทหารถือดาบเข้ามารายงานข่าว ทำให้รู้ว่าเบื้องหลังความสงบมีความวุ่นวายซ่อนอยู่