ใครจะคิดว่าชายที่นั่งรถเข็นและมีผ้าคลุมขาจะเป็นคนวางแผนการทั้งหมด ฉากที่เขาสั่งลูกน้องให้เพิ่มน้ำหนักรถเข็นเพื่อทดสอบคนรอบข้าง แสดงให้เห็นถึงความระแวงและฉลาดหลักแหลมของเขา สายตาที่มองตามนางเอกเต็มไปด้วยความสงสัยและต้องการคำตอบ การแสดงออกทางสีหน้าของเขาคือจุดขายที่ทำให้คนดูติดหนึบ ไม่อยากกดข้ามแม้แต่ฉากเดียวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์
ฉากในบ้านที่หญิงชุดม่วงวิ่งมาบอกข่าวร้ายกับหญิงชุดส้ม คือจุดเปลี่ยนที่อารมณ์พุ่งพล่านมาก การที่ลูกชายถูกทำร้ายจนขาหักและอาจเดินไม่ได้อีก ทำให้แม่อย่างเธอแทบขาดใจ สีหน้าความโกรธแค้นที่บอกว่าต้องจัดการนางเอกให้ได้ มันสะท้อนความรักของแม่ที่มีต่อลูกได้ชัดเจนมาก ดูแล้วรู้สึกสงสารจับใจแต่ก็อยากเอาใจช่วยให้แก้แค้นสำเร็จใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์
ตอนที่ลูกชายเล่าว่าเห็นนางเอกออกจากบ้านตอนกลางคืนแล้วตามไปจนถูกทำร้าย มันทำให้คนดูเริ่มสงสัยว่านางเอกจริงๆ แล้วเป็นใครกันแน่ การที่แม่สั่งให้ไปตามตัวนางเอกมาทันที แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกของเธอได้ง่ายๆ ฉากนี้สร้างปมสงสัยให้คนดูอยากติดตามต่อว่าความจริงคืออะไรกันแน่ ดูในแพลตฟอร์มนี้แล้วต้องกดดูตอนต่อไปทันที
การเผชิญหน้าระหว่างนางเอกชุดแดงกับองค์ชายพิการ คือจุดเริ่มต้นของเกมที่ไม่มีใครยอมใคร นางเอกที่ดูแข็งกร้าวแต่แฝงความอ่อนแอ องค์ชายที่ดูอ่อนแอแต่แฝงความอันตราย การที่ทั้งสองคนมีปมในอดีตที่เชื่อมโยงกัน ทำให้เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ น่าติดตามมาก ทุกการเคลื่อนไหว ทุกคำพูด มีความหมายซ่อนอยู่หมด ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้เล่นเกมปริศนาที่สนุกสุดๆ
ฉากเปิดเรื่องคือพีคมาก นางเอกในชุดแดงเดินผ่านชายพิการบนรถเข็นแบบไม่สนใจสายตาใคร ท่าทางเย็นชาแต่แฝงความเจ็บปวดไว้ลึกๆ การที่เธอพูดว่าไม่อยากจำเขาได้ มันบ่งบอกถึงปมในอดีตที่ซับซ้อนสุดๆ ดูแล้วรู้สึกอินไปกับความขัดแย้งในใจตัวละครมาก เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ทำเอาคนดูอย่างเราต้องลุ้นตามทุกฉากเลยว่าสุดท้ายใครจะชนะเกมนี้กันแน่