เปลี่ยนจากฉากต่อสู้สุดมันส์มาสู่ฉากในโรงพยาบาลที่ทำเอาใจหดหู่ทันที ภาพของหลินเว่ยเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมผ้าพันแผลและมีน้ำตาไหลรินออกมา มันสื่อถึงความเจ็บปวดทั้งกายและใจได้ชัดเจนมาก พยาบาลที่คุยกันอยู่ข้างๆ ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเธอโดดเดี่ยวแค่ไหน ฉากนี้ในรีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก อยากให้พระเอกกลับมาปลอบเธอเร็วๆ
คุณอาจารย์ผมขาวที่ยืนถือไมค์อยู่บนเวทีดูมีเสน่ห์และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มของท่านตอนมอบรางวัลดูจริงใจแต่ก็แฝงความลึกลับบางอย่างที่ทำให้คนดูอย่างเราต้องสงสัยว่าท่านรู้เห็นอะไรกับพลังของพระเอกบ้าง ฉากที่ท่านวางมือบนบ่าพระเอกแล้วพูดอะไรบางอย่าง มันดูเหมือนการส่งต่อภารกิจสำคัญในรีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร เลยทีเดียว
ฉากที่เด็กสาวถือถาดที่มีชุดเกราะสีแดงลอยอยู่ แล้วพระเอกใช้แผ่นป้ายทองทำให้มันเปลี่ยนสภาพเป็นสีทองอร่ามพร้อมสายฟ้าฟาดรอบๆ เป็นฉากที่เอฟเฟกต์ภาพสุดยอดมาก แสงสีทองที่ส่องสว่างไปทั่วสนามทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง ความตื่นตาตื่นใจของฝูงชนในรีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร สะท้อนให้เห็นถึงพลังที่เหนือธรรมชาติอย่างแท้จริง
ชอบมากตรงที่ผู้กำกับใช้ภาพมุมกว้างโชว์นักเรียนนับร้อยคนที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ แล้วตัดมาที่ใบหน้าตกใจของเด็กผู้ชายผมทองกับกลุ่มเพื่อน สีหน้าที่เปลี่ยนจากปกติเป็นตกตะลึงพร้อมกันทั้งสนามมันสื่อถึงแรงกระแทกของเหตุการณ์ได้ดีมาก ฉากนี้ในรีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ทำให้เรารู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขาจริงๆ เลย
ฉากเปิดตัวแผ่นป้ายทองคำที่เปล่งประกายด้วยพลังไฟฟ้าทำเอาคนดูอย่างฉันต้องกลั้นหายใจตามตัวละครในรีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร เลยทีเดียว การที่พระเอกสามารถควบคุมพลังระดับนี้ได้ท่ามกลางสายตาของเด็กนักเรียนนับพันคนที่จ้องมองด้วยความตกตะลึง มันช่างเป็นโมเมนต์ที่พีคมากจริงๆ บรรยากาศความเงียบงันก่อนจะระเบิดออกเป็นเสียงเชียร์นั้นถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีสุดๆ