เปลี่ยนฉากมาตอนกลางคืนบรรยากาศเปลี่ยนไปเลย พระเอกเดินคนเดียวในสวนสาธารณะดูเหงาๆ แต่พอเจอซูอินที่มีป้ายหยกพิเศษก็เริ่มน่าสนใจ ป้ายที่มีตัวอักษรแปลกๆ น่าจะเป็นกุญแจสำคัญบางอย่าง ซูอินดูเป็นเด็กสาวที่ร่าเริงแต่แฝงความลึกลับ การที่เธอแสดงพลังไฟฟ้าออกมาตอนท้ายทำให้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าครอบครัวธรรมดา แต่มีองค์ประกอบแฟนตาซีซ่อนอยู่ ใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร การผสมผสานระหว่างโลกปัจจุบันและพลังพิเศษทำได้ดีมาก
ชอบมุมกล้องที่จับรายละเอียดสีหน้าตัวละครมาก โดยเฉพาะตอนสุดท้ายที่พระเอกยิ้มอย่างบ้าคลั่งจนน่าขนลุก ดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงสื่อถึงพลังบางอย่างที่กำลังตื่นขึ้น หรืออาจจะถูกควบคุม? ฉากที่หยางเหม่ยเดินตามมาพร้อมบอดี้การ์ดในชุดดำสร้างบรรยากาศคุกคามได้ดีมาก ความขัดแย้งระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร น่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามรอยยิ้มปริศนานี้
ต้องชมทีมเครื่องแต่งกายที่จับคู่สีได้โดดเด่นมาก ชุดกี่เพ้าสีดำปักดอกไม้สีแดงของหยางเหม่ยดูหรูหราและอันตราย ในขณะที่ซูอินใส่แจ็คเก็ตเหลืองสดใสตัดกับผมสีม่วงดูทันสมัยมาก การแต่งตัวสะท้อนตัวตนตัวละครได้ชัดเจน ฉากที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันเหมือนเป็นการปะทะกันของสองยุคสมัย ใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ไม่เพียงแต่เนื้อหาดี แต่ภาพยังสวยงามจนอยากแคปทุกเฟรมเก็บไว้ดูเลย
พัฒนาการของหยางเหม่ยจากผู้หญิงที่ร้องไห้ขอความเห็นใจ กลายเป็นคนที่ตาแดงก่ำและแสดงพลังออกมาช่างน่าทึ่งมาก แสดงให้เห็นว่าภายใต้ความอ่อนแออาจซ่อนปีศาจไว้ก็ได้ โจวต้าฝูที่ดูสงบเสงี่ยมอาจกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง การจิบชาอย่างช้าๆ ของเขาอาจเป็นการนับถอยหลังสู่หายนะก็ได้ เรื่องนี้ใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก เดี๋ยวสงสาร เดี๋ยวกลัว เดี๋ยวตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้
ฉากเปิดเรื่องในเรือนจีนโบราณช่างสวยงามและขลังมาก แต่พอเข้าฉากดราม่าเท่านั้นแหละ อารมณ์พุ่งปรี๊ดทันที! สีหน้าของหยางเหม่ยตอนโกรธจัดจนตาเปลี่ยนเป็นสีแดงน่ากลัวมาก แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดกี่เพ้าสวยๆ ส่วนโจวต้าฝูที่นั่งจิบชาเฉยๆ ยิ่งทำให้รู้สึกกดดัน การต่อสู้ทางจิตวิทยาใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ฉากนี้ทำออกมาได้ลุ้นระทึกจนไม่อยากกระพริบตาเลย