พล็อตเรื่องเดินเร็วมากจนแทบไม่กระพริบตา จากฉากต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งที่ดุเดือด สู่การปรากฏตัวของอสูรกายยักษ์สองตัวที่คุกคามไปทั่วหุบเขาหิมะ จุดพีคคือตอนที่หญิงสาวผมเขียวแปลงร่างด้วยพลังนกยูงสีเขียวมรกต สู้กับมังกรแดงและช้างปีศาจได้อย่างสมศักดิ์ศรี ฉากแอ็คชั่นใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ทำออกมาได้อลังการงานสร้างมากจริงๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีนั้นเลย
ชอบมุมกล้องที่จับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น หยดน้ำตาที่กลายเป็นน้ำแข็ง หรือเปลวไฟที่ลุกโชนบนชุดเกราะสีแดงฉาน ตัวละครชายหนุ่มที่มีท่าทางเย็นชาแต่แววตากลับซ่อนความมุ่งมั่นบางอย่างไว้ ทำให้คนดูต้องคาดเดาว่าเขาแท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ การดำเนินเรื่องใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ไม่ได้นำเสนอแค่การต่อสู้แต่ยังแฝงปมดราม่าที่ทำให้เราเอาใจช่วยตัวละครทุกตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต้องยอมรับว่างานภาพในวิดีโอนี้สวยจนตะลึง โดยเฉพาะฉากที่พลังสีเขียวมรกตปะทะกับพลังสีแดงและม่วง เกิดเป็นแสงสว่างที่ส่องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน หญิงสาวผมเขียวที่ดูอ่อนโยนแต่กลับมีพลังทำลายล้างสูงส่ง เป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก การดู รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ผ่านแอปนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้ดูภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ในมือถือจริงๆ ประทับใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบตัวละคร
ตอนจบของคลิปนี้ทำเอาอึ้งไปเลย เมื่อชายหนุ่มเดินออกมาจากกองเพลิงด้วยรอยยิ้มที่ดูพิศวง ในขณะที่หญิงสาวผมเขียวมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว มันทิ้งปมไว้ให้คนดูต้องขบคิดต่อว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไรกันแน่ และอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อ การดู รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ทำให้เราหลงใหลในเรื่องราวที่เต็มไปด้วยปริศนาและต้องการหาคำตอบในตอนที่ต่อไปทันที
ฉากเปิดเรื่องทำเอาจุกอกทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดเกราะเพลิงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ตัดสลับกับชายหนุ่มผู้ควบคุมพลังน้ำแข็งได้อย่างเย็นชา ความขัดแย้งระหว่างไฟกับน้ำแข็งถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ การต่อสู้ไม่ใช่แค่การใช้พลังแต่คือการปะทะกันของความรู้สึกที่ซับซ้อน เรื่องราวใน รีสตาร์ตชีวิต ปลดล็อกวิชามาร ทำให้เราเห็นว่าการแก้แค้นอาจนำมาซึ่งความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด